ประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ดินของกรุงโรม

การเดินเยี่ยมชมบนท้องถนนกรุงโรงนั้น เป็นหนทางสุดแสนจะเพอร์เฟ็คที่จะสัมผัสความงามของเมืองโรมในปัจจุบันได้อย่างดี แต่ถ้าหากคุณอยากทำความรู้จัก และรับชมกับความงามของเมืองโบราณ จะมองลงไปลึกกว่านั้น ในใต้ดินของกรุงโรม ซึ่งมีโครงสร้างอุโมงค์ตามถนน ใต้น้ำ เหมือง วิหาร ซึ่งที่คุณจะได้พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ และพบกับร่างของมนุษย์ที่ถูกฝังไว้นับไม่ถ้วน หนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมการสร้างอาคารใต้ดินนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และอันตรายถึงชีวิต ทุกครั้งที่ทำการขุดลงไป จะพบกับสิ่งแปลกใหม่เสมอ บางชิ้นเก่า และบางชิ้นก็เก่ามากๆ
ต้องยอมรับเลยว่าใต้ดินของกรุงโรมนั้น แทบจะเรียกได้ว่ามีความน่าสนใจกว่าบ้านเมืองด้านบนอย่างมาก อีกทั้งยังเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศ และชาวต่างชาติเข้ามารับชมความน่าทึ่งของอาคารสิ่งปลูกสร้างที่ยอดรอดมานานนับ 2,000 ปี ในสภาพที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เนื่องจากสร้างด้วยหินอ่อน ทองแดง และวัตถุอื่นๆ ที่มีความคงทนต่อการกัดกร่อนของกาลเวลา เป็นวิทยาการอันชาญฉลาดของช่างกรุงโรมในสมัยนั้น ภายใต้กรุงโรมมีสิ่งปลูกสร้างใต้ดินกระจายกันออกไปทั่วทุกมุมของประเทศ เราจะพาไปดูกันว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง
อันดับแรกคือมหานครอมตะ หรือมหาวิหาร San Clemente หรือชื่อเล่นว่า “ลาซานญ่า” เพราะว่ามีพื้นที่แบ่งออกเป็นสามส่วน ตั้งอยู่ห่างเพียงไม่กี่ร้อยเมตรจากโคลิเซียม อยู่ระหว่าง Celio และ Esquilino โครงสร้างนั้นถูกสร้างขึ้นในยุคกลาง นักท่องเที่ยวจะพบกับประวัติศาสตร์แห่งนี้ย้อนกลับไปได้ถึง 2,000 ปีเลยทีเดียว ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรก็จะพบกับห้องลับคืออนุสาวรีย์ Domus Aurea เป็นพระราชวังที่เนียโรสร้างขึ้น หลังจากที่ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในมหานคร เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการศึกษาทางโบราณคดี ทำให้รู้สึกเหมือนกับได้ย้อนเวลาไปกลับไปอยู่ในยุคนั้น เพราะโครงสร้างมีความสมบูรณ์อย่างมาก ได้สัมผัสกับยุคของหินอ่อนแบบแท้จริง
ในที่สุดก็มาถึงห้องสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ลึกภายในโครงสร้างของ Villa Torlania ซึ่งเป็นห้องลับสำหรับเบนิโต มุสโสลินี ในช่วงระหว่างปี 1929 จนถึงปี 1943 เป็นบังเกอร์สำหรับหลบภัยความลึก 6 เมตร ปัจจุบันอยู่ใต้อาคารคาสิโน Nobile สามารถเข้าถึงได้โดยเดินผ่านอุโมงค์ที่เสริมคอนกรีตหนา 4 เมตร ห้องนี้จะพูดว่ายังไม่เสร็จก็คงได้ เพราะยังเหลือหลักฐานโครงสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จพบเห็นได้ทั่วห้อง เนื่องจากเบนิโต มุสโสลินี นั้นถูกจับกุมในวันที่ 25 กรกฎาคม ปี 1943 ทำให้โครงการนี้ยุติไปทั้งๆ ที่ยังไม่เสร็จ