ประวัติศาสตร์น่ารู้ของโอกินะวะ

ของประเทศจีนหลายร้อยไมล์ และอยู่ห่างทางตอนใต้ของเกาะญี่ปุ่นหลายร้อยไมล์ มีประชากรที่อยู่อาศัยประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตกันอย่างหนาแน่นในทางภาคใต้ของเกาะ หรือประมาณครึ่งหนึ่งของเกาะ ถือเป็นเขตเมืองหลวง ที่มีตึกและโรงงานต่างๆ กระจุกตัวอยู่เต็มพื้นที่ โดยภาคเหนือนั้นจะเต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และภูเขาหนาแน่น ปัจจุบันยังคงมีค่ายทหารอเมริกันกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ คิดเป็นประมาณ 20 เปอร์เซ็น ของพื้นที่ทั้งหมด หรือคิดได้เป็น 1 ใน 3 ของโซนพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่ก่อความไม่พึงพอใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

โอกินาวา และหมู่เกาะอื่นๆ ถือเป็นอำเภอหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งได้ประกาศอิสระภาพ ราชวงศ์โอกินาว่ากำเนิดมาจากต้นศตวรรษที่ 12 โดยเริ่มตั้งรากฐานที่เกาะแห่งนี้ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 14กษัตริย์ริวกิว สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับจักรพรรดิแห่งประเทศจีนเพื่อขอให้สนับสนุนการลงทุนในกิจการต่างๆ โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นเมืองขึ้นของปักกิ่ง และต้องส่งบรรณาการไปยังเมืองหลวงของจีนในพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์องค์ใหม่ทุกครั้ง ระหว่างนี้ ทางจีนก็ส่งทูตมาประเยี่ยมเยือนโอกินาวาอยู่เป็นประจำ เป็นเวลากว่าหลายร้อยปี ทูตจีนที่มาส่งผลกระทบต่อสังคมและวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก จนได้รับอธิพลด้านต่างๆ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ คาราเต้

นอกจากนี้การเมืองของทางญี่ปุ่น ก็มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศ และการกำเนิดคาราเต้ สืบเนื่องมาจากการขึ้นเป็นโชกุนโดย โทคุกาวะ ในศตวรรษที่ 17 ตระกูลซัทซุมะแห่งคิวชู ได้รวบรวมหมู่เกาะริวกิวเป็นปึกแผ่น จากการเข้ายึดการปกครองในข้อหาลอบทำการค้ากับต่างประเทศ ซึ่งถูกห้ามอย่างเป็นทางการโดยโชกุน ตระกูลซัทซุมะได้คอยชักใยโอกินาวาอยู่เบื้องหลังนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม อาณาจักรโอกินาว่ายังคงเป็นประเทศเอกราชที่ถูกยอมรับอย่างเป็นทางการ การส่งบรรณาการไปยังเกียวโตนั้นก็เริ่มขึ้นต่อจากช่วงเวลานี้เอง

เรื่องราวของเกาะยังคงดำเนินไปอย่างปกติเมื่อกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองปะทุ จนทำให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นสนามรบที่สร้างความหายนะที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาใช้เป็นเกาะต้นทางในการข้ามไปบุกญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่นั่นเอง ส่งผลให้สงครามนี้คร่าชีวิตทหารญี่ปุ่นไป 30,000 คน ทหารอเมริกัน 10,000 คน และประชาชนของโอกินาวา 150,000 คน เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของอาคารบนเกาะถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ป่าที่เคยเขยีวขจี กลายเป็นบ่อโคลน ขนาดใหญ่ ไม่เหลือความเป็นธรรมชาติอยู่อีกต่อไป จนกระทั่งหลังสงครามได้มีการฟื้นบำรุงอย่างหนักจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน