ที่มาของอักษรภาพอียิปต์โบราณ

ด้วยความที่อียิปต์เป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในอดีตกาลที่ผ่านมา ทำให้มีเรื่องราวต่างๆ มากมายเกิดขึ้นจนคนในยุคหลังๆ สามารถที่จะนำเอาสิ่งเหล่านี้มาสร้างเป็นประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษากันมากมาย สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้การศึกษาประวัติศาสตร์เหล่านี้มีความง่ายมากขึ้นกว่าเดิมนั่นก็คือการที่เราสามารถมีหลักฐานบ่งบอกเกี่ยวกับความเป็นมาต่างๆ ซึ่งในสมัยอียิปต์โบราณอักษรภาพที่ชื่อว่า Hieroglyph หรือ ไฮโรกลิฟ นับว่าเป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงออกถึงความรุ่งเรืองในยุคนั้น
อักษร Hieroglyph คืออะไร
อักษร Hieroglyph เป็นอักษรภาพชนิดหนึ่งของอียิปต์โบราณ จริงๆ แล้วการอ่านและแปลความหมายได้อย่างเป็นระบบเมื่อได้มีการค้นพบหินโรเซตตาเมื่อปี พ.ศ. 2342 ที่มีการจารึกอักษร 3 แบบ คือ กรีกโบราณ, คีโมติก และไฮโรกลิฟ การเปรียบเทียบราชวงศ์ต่างๆ จากการใช้อักษร 3 แบบ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านอักษรโบราณอ่านอักษรไฮโรกลิฟได้ในอีก 25 ปีต่อมา
ต้นกำเนิดของอักษร Hieroglyph
ชาวอียิปต์มีความเชื่อว่าอักษรนี้ถูกประดิษฐ์โดยเทพเจ้าโทห์ ชื่ออักษรถูกเรียกว่า mdwt ntr เป็นคำพูดของพระเจ้า คำว่า Hieroglyph มาจากภาษากรีกที่ว่า hieros แปลว่าศักดิ์สิทธิ์ กับ olypho แปลว่าจารึก คำนี้ถูกใช้เป็นครั้งแรกโดยคลีเมนต์แห่งอเล็กซานเดรีย การเขียนของอียิปต์ที่เก่าแก่ที่สุดเริ่มต้นเมื่อประมาณ 2,867 ปีก่อนพุทธศักราช ส่วนอักษร Hieroglyph ที่ใหม่ที่สุดคือประกาศที่กำแพงวิหารในฟิแลอายุประมาณ พ.ศ. 939 เป็นอักษรที่ถูกใช้อย่างเป็นทางการตามบริเวณกำแพงวิหารและหลุมฝังศพ บางแห่งก็ถูกระบายสีด้วย ส่วนการเขียนทั่วไปในชีวิตประจำวันจะใช้การเขียนเฮียราติก จนจักรพรรดิทีออสซีอุสที่ 1 ได้สั่งปิดวิหารพวกเพกินในช่วง พ.ศ. 1100 ทั้งจักรวรรดิโรมันทำให้ความรู้ด้านอักษรดังกล่าวก็หายไป กระทั่ง ชอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง ชาวฝรั่งเศสสามารถถอดอักษรดังกล่าวได้
ลักษณะของอักษร Hieroglyph
อักษร Hieroglyph จะเก่ากว่าอักษรรูปลิ่มของชาวสุเมเรีย เขียนได้หลายแบบ ทั้งแนวนอน ซ้ายไปขวา ขาวไปซ้าย แนวตั้งจากบนลงล่าง การบอกทิศทางให้สังเกตจากการหันหน้าของคนหรือสัตว์จะหันหน้าเข้าจุดเริ่มต้นของเส้น อียิปต์ยุคต้นและกลางใช้สัญลักษณ์ 700 ตัว ยุคกรีก-โรมัน ใช้สัญลักษณ์กว่า 5,600 ตัว สัญลักษณ์ต่างๆ บอกทั้งความหมาย การออกเสียง นี่เป็นอักษรปริศนาที่ใครก็อ่านไม่ได้จนกระทั่ง ค.ศ. 1799 นโปเลียนยกทัพไปอียิปต์ บูชาร์ดายทหารฝรั่งเศสได้ขุดพบศิลาสูงราว 3 ฟุต จารึกด้วยอักษร 3 ชนิด จนถูกไปเก็บไว้ที่ลอนดอนพร้อมตั้งชื่อว่า หินโรเซตตา ตามประวัติที่ได้กล่าวเอาไว้ในช่วงต้นนั่นเอง ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การศึกษาประวัติศาสตร์มีเรื่องราวน่าสนใจมากขึ้นไปอีก